บุโรพุทโธ: พุทธสถานใหญ่ที่สุดในโลก กับชิ้นส่วนที่รัชกาลที่ 5 นำกลับมาสยาม
พุทธสถานรูปมณฑลขนาดมหึมากลางชวา ถูกทิ้งร้างใต้ดินและป่าหลายร้อยปี ก่อนกลายเป็นมรดกโลก และมีชิ้นส่วนจำนวนหนึ่งเดินทางมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ พ.ศ. 2439
สรุปสั้น
- บุโรพุทโธเป็นพุทธสถานขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างสมัยราชวงศ์ไศเลนทร์ราว 1,200 ปีก่อน ร่วมสมัยกับยุคทวารวดีในไทย
- ตัวสถูปมีภาพสลักนูนต่ำราว 2,670 แผง และเดิมมีพระพุทธรูป 504 องค์ ยอดบนสุดคือสถูปองค์ใหญ่ล้อมด้วยสถูปโปร่ง 72 องค์
- ปี 2439 รัชกาลที่ 5 เสด็จชวาและได้รับประติมากรรมจากบุโรพุทโธจำนวนหนึ่ง บางชิ้นจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
- ที่ตั้ง
- จังหวัดชวากลาง อินโดนีเซีย ห่างเมืองยอกยาการ์ตาราว 40 กม.
- ขึ้นทะเบียน
- พ.ศ. 2534 ในชื่อ Borobudur Temple Compounds (รหัส 592)
- ประเภท
- มรดกโลกทางวัฒนธรรม เกณฑ์ (i), (ii), (vi)
- ครอบคลุม
- บุโรพุทโธ และจันทิเมินดุตกับจันทิปาวน ที่ตั้งเรียงเป็นแนวตรงไปทางตะวันออก
- สร้างเมื่อ
- ราวพุทธศตวรรษที่ 14 (คริสต์ศตวรรษที่ 8–9) สมัยราชวงศ์ไศเลนทร์
ทำไมบุโรพุทโธจึงเป็นมรดกโลก
บุโรพุทโธไม่ใช่วัดที่มีอาคารให้คนเข้าไปข้างใน แต่เป็นสถูปขนาดยักษ์ที่สร้างครอบเนินเขา ฐานเป็นลานสี่เหลี่ยมซ้อนกันหลายชั้น ด้านบนเปลี่ยนเป็นลานวงกลม และจบที่สถูปองค์ใหญ่ตรงกลาง ผู้มาสักการะจะเดินเวียนขวาขึ้นไปทีละชั้น ระหว่างทางผ่านภาพสลักที่เล่าเรื่องตั้งแต่กรรมและผลของกรรม ชาดก ไปจนถึงพุทธประวัติ เหมือนค่อย ๆ เดินจากโลกมนุษย์ขึ้นไปสู่การหลุดพ้น
ยูเนสโกขึ้นทะเบียนในปี 2534 ด้วย 3 เกณฑ์ คือเป็นงานสร้างสรรค์ชั้นเยี่ยม (i) เป็นตัวอย่างสำคัญของศิลปะและสถาปัตยกรรมชวาช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 13 ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 14 (ii) และผังรูปดอกบัวที่สะท้อนการผสานความเชื่อเรื่องบรรพบุรุษของคนท้องถิ่นกับแนวคิดเรื่องนิพพานในพุทธศาสนา (vi) แหล่งมรดกโลกนี้รวมจันทิเมินดุตและจันทิปาวน ซึ่งตั้งอยู่ในแนวเดียวกันทางทิศตะวันออก
จากเนินดินในป่า สู่การบูรณะครั้งใหญ่
หลังสร้างเสร็จไม่นาน ศูนย์กลางอำนาจในชวาย้ายไปทางตะวันออก บุโรพุทโธค่อย ๆ ถูกทิ้งร้างจนดินภูเขาไฟและต้นไม้ปกคลุม ในปี 2357 ตอนที่อังกฤษปกครองชวา โทมัส สแตมฟอร์ด แรฟเฟิลส์ ได้ยินเรื่องเนินที่มีหินสลัก จึงส่งวิศวกรเฮอร์มันน์ คอร์เนลิอุส กับคนงานราว 200 คนไปถางอยู่ 2 เดือน การขุดแต่งเสร็จสมบูรณ์ในปี 2378
ช่วงศตวรรษที่ 19 ทั้งนักสะสมและคนท้องถิ่นนำชิ้นส่วนออกไปจำนวนมาก การบูรณะจริงจังครั้งแรกนำโดยวิศวกรชาวดัตช์ ธีโอดอร์ ฟาน แอร์ป ระหว่างปี 2450–2454 และครั้งใหญ่ที่สุดคือโครงการที่รัฐบาลอินโดนีเซียทำร่วมกับยูเนสโกระหว่างปี 2518–2525 ซึ่งรื้อลานชั้นล่างออกมาทั้งหมดเพื่อวางระบบระบายน้ำใหม่แล้วประกอบกลับทีละก้อน
บุโรพุทโธยังผ่านเหตุร้ายหลายครั้ง วันที่ 21 ม.ค. 2528 มีระเบิด 9 ลูกทำให้สถูป 9 องค์เสียหายหนัก และเมื่อภูเขาไฟเมราปีปะทุในเดือน พ.ย. 2553 เถ้าภูเขาไฟตกหนาถึง 2.5 ซม. จนต้องปิดทำความสะอาดหลายวัน
แหล่งอ้างอิง
- UNESCO World Heritage Centre: Borobudur Temple Compounds
- คณะกรรมาธิการแห่งชาติอินโดนีเซียว่าด้วยยูเนสโก: Outstanding Universal Value
- Journal of Asian Studies: Exchange and the Protection of Java's Antiquities (อ้างถึง Van Erp 1917 เรื่องประติมากรรมที่มอบให้พระเจ้ากรุงสยาม)
- Wikipedia: Borobudur (ใช้ตรวจตัวเลขและลำดับเหตุการณ์)
- The Jakarta Post (8 มิ.ย. 2565): เพดานผู้ขึ้นสถูป 1,200 คนต่อวัน
หน้านี้เรียบเรียงใหม่จากหลายแหล่ง ไม่ใช่การแปล เขียนร่างโดยใช้ AI ช่วยและตรวจทานโดยบรรณาธิการ ภาพเก่าจาก Library of Congress ที่ไม่มีข้อจำกัดในการเผยแพร่ ดู หลักการทำข่าว
ข่าวมรดกโลกล่าสุด ดูทั้งหมด →
ซาร์ดิส เมืองหลวงอาณาจักรลิเดียผู้ให้กำเนิดเหรียญกษาปณ์ ขึ้นทะเบียนมรดกโลก หลังขุดค้นต่อเนื่องเกือบ 70 ปี
เมืองโบราณทางตะวันตกของตุรกี บ้านของกษัตริย์โครอีซัสผู้ร่ำรวย มีวิหารอาร์เทมิสและโบสถ์ยิวที่ใหญ่ที่สุดในโลกโบราณ ทีมฮาร์วาร์ด-คอร์เนลขุดทุกปีตั้งแต่ 1958